มาพบกับเอนทรี่สุดท้ายของเดือนแรกของปีกันเลยค่ะ
อย่างที่เคยบอกในเอนทรี่ที่แล้วๆ ว่าจากการอัปแบบเอ่อ น่าเกลียดนิดๆ
ก็จะกลับมาสาระกันบ้างดีกว่า (สาระจริงเหรอ )

 

ช่วงนี้น้องๆ หนูๆ ก็กำลังจะสอบแล้วใช่มะล่าาา (รวมถึงข้าเจ้าด้วย )
ไม่ว่าจะเรียนอยู่ชั้นไหน ก็ย่อมต้องมีปวดตับกับการจำอะไรที่มันยากๆ บ้างแน่นอน

เคยไหมที่แบบ อ่านเจออะไรสักอย่างที่โคตรงง สับสน จำยาก จำไม่ได้ จำใจไปรักเธอ อี๋แหวะ
วันนี้มูนชายส์ไดเร็กเจ้าเก่า ขอเสนอออออ 

 

วิธีน่ารักงุงิที่จะทำให้เราจำอะไรที่มันยากๆ ให้ง่ายๆ ขึ้น อึ้น อึ้น อึ้น

 

(มาอีหรอบเดิมอย่างแร็ง )

 

1. ใช้แผนภูมิหรือแผนภาพช่วย

ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่นสามเหลี่ยมสูตรแบบนี้

 

หรือแบบนี้


 

ยกตัวอย่างง่ายๆ อีกอันคือสามเหลี่ยมปาสคาล
ที่มีประโยชน์มากในกรณีจะหาการกระจายพหุนามในดีกรีสูงๆ
(อา อธิบายอะไรแบบนี้ไม่สันทัด โยนให้พี่เอ๊ดละกัน )

ที่มา: http://www.vcharkarn.com/uploads/8/8447.jpg

 

 

2. จำให้อยู่ในรูปประโยค

 

ยกตัวอย่างเช่นหน่วยฐานของ SI ที่มี 7 ตัว คือ
ความยาว (m)  กระแสไฟฟ้า (A) เวลา (s) น้ำหนัก (kg)
ปริมาณสาร (mol) และความเข้มของการส่องสว่าง (cd)

สามารถสร้างประโยคง่ายๆ ได้เป็น mAsK kilo mol cd
(อ่านว่า แมสก์ [ที่แปลว่าหน้ากาก] กิโล โมล แคนเดอลา)

ไม่รู้ว่าจะำจำง่ายขึ้นกว่าเดิมมั้ย แต่หลังจากที่อาจารย์สอนท่องจำมา ตอนนี้ก็ยังจำได้อยู่

 

ตัวอย่างที่ง่ายๆ อีกแบบในวิชาภาษาไทยคือ การท่องกลอน

ยังจำกันได้อยู่เปล่าเอ่ย
จริงๆ กลอนพวกนี้ทำให้เราสามารถใช้ ทร-, บัน-, ใ- ได้โดยไม่สับสนเชียวนะ

 

3. จำให้อยู่ในรูปภาพ

 

ยกตัวอย่างอักษรญี่ปุ่นละกันค่ะ

 

อันนี้อาจารย์ก็สอนมาเหมือนกัน
ตัวอักษรคาตากานะบางทีก็จำยาก ยิ่งจำฮิรากานะไม่ค่อยได้ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่
บางตัวก็ท่องในรูปภาพซะเลย

ตัวเระมันเหมือนเล็บ ก็เป็น เระ - เล็บ
มุเหมือนจมูก ก็เป็น มุ - หมูก
โระเหมือนโล่ ก็ท่องว่า โระ - โล่

ช่วยได้จริงๆ ตอนสอบจำตัวเระไม่ได้ นึกๆ ซักพักนึงก็นึกถึงเล็บขึ้นมา ฮ่า
(เอ๊ะว่าแต่นึกถึงเล็บ แต่ทำไมไปไฮไลต์สีฟ้าที่นิ้วหว่า ช่างมันละกัน )

อักษรเกาหลีก็ใช้ภาพช่วยจำได้นะคะ
จำได้ว่ามีคนเคยเขียนเอนทรี่จำอักษรเกาหลีนี่แหละแต่จำลิงก์ไม่ได้แล้ว

 

4. พยายามหาความเหมือนหรือแตกต่างแล้วท่องแบบแปลกๆ

ยกตัวอย่างกริยาของภาษาญี่ปุ่น

คำว่า ดู อ่านว่า มิ - มัส
คำว่าอ่าน อ่านว่า โยะ - มิ - มัส

 

บางทีสับสนมาก จำไม่ได้ว่าดูกะอ่านอันไหนใช้มิใช้โยะมิ
ก็เลยคิดวิธีท่องแบบพิเรนทร์ๆ ได้ว่า

 

 

(ระหว่างพูดคำว่าดูมิดู๊ก็เต้นท่าลิฟท์ออยไปพลางๆ )

จริงๆ ข้อนี้ค่อนข้างสำคัญเพราะว่าบางทีจะเจออะไรที่มันคล้ายๆ กัน
หรือเป็นเรื่องเดียวกัน
ถ้าจะเรียนแบบเข้าใจจริงๆ ก็ควรจะหาความเหมือนหรือความแตกต่างของมันให้เจอ
ถ้าจำไม่ได้ก็พยายามท่องแบบต๊องๆ เอาไว้ จำไว้ว่ายิ่งพิเรนทร์เท่าไหร่จะจำได้ดีเท่านั้น
(บางคนท่องแบบติดเรตก็มี แต่พอดีไม่นิยม ฮ่าๆๆ)

 

[Edit]

5. จำให้อ