มาต่อจากข้อดีของการเป็นเด็กทุนแล้วค่ะ

ทิ้งไปหลายวันเลย ต้องขออภัยด้วยเพราะว่าติดทำงานพิเศษ แล้วก็ไม่มีโน้ตบุ๊กใช้ค่ะ
(ปกติกระเต๊าะของเมตใช้ แล้วเมตกลับบ้าน 55)

วันนี้มีโอกาสแล้ว เลยมาต่อข้อเสียกันเลยค่ะ



1. "เพื่อนเกลียด"
 
ที่มา: http://thesituationist.files.wordpress.com/2007/11/hate-image2.jpg

บางคนเกลียดเด็กทุน จริงๆ!! (โพลจากคณะที่มีตึกฟักทอง มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ...เงิ่บ )
เพราะว่าบางคนให้นิยามเด็กทุน นอกจากจะเก่ง ขยัน รับผิดชอบ เนิร์ด
แล้วยังมีอีกคำนึงก็คือ

"เห็นแก่ตัว"

พอคำนี้มาปุ๊บ คำลูกโซ่จะเริ่มตามมาติดๆ กันคือ

"พวกดึง mean ให้สูง ไม่เห็นใจพวกเพื่อนๆ เลย"
"จะเก่งไปไหน"
"ทำไม กลัวไม่ได้ A กลัวไม่ได้เกียรตินิยมเหรอไง"

เอิ้ว เอาเข้าไป
 
 
อันว่าเด็กทุนเห็นแก่ตัวจริงหรือไม่นั้น
ข้าพเจ้าก็ขอตอบในฐานะเป็นเด็กทุนว่า.... จริง
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่! (ตัวโตๆ)
 
เราว่าคนเราทุกคนเห็นแก่ตัวกันเป็นธรรมดานะ ต่างกันแค่ว่าเราจะเห็นแก่ตัวมากหรือน้อย
ซึ่งอัตราส่วนความเห็นแก่ตัวมันมีสูตรง่ายๆ ก็คือ
 
 
รับน้อย ให้มาก = Sharing
รับมาก ให้น้อย = Selfish
 
Selfish Ratio ยิ่งมากยิ่งน่าเกลียด
ขายปลาเยอะๆ จนปลาขายไม่ทัน ก็เลยเน่าไปเลย
(สมการอะไรของเอ็งเนี่ย )
 
อย่างประโยคที่กล่าวไปข้างต้น
 
"พวกดึง mean ให้สูง ไม่เห็นใจพวกเพื่อนๆ เลย" - ก็ถ้าคนมันเก่งอยู่แล้ว จะให้แกล้งทำข้อสอบไม่ได้มันก็ใช่ที่นะ
"จะเก่งไปไหน" - ไม่รู้เหมือนกันฮับ เก่งไปดาวอังคารมั้ง
"ทำไม กลัวไม่ได้ A กลัวไม่ได้เกียรตินิยมเหรอไง" - เอ้อ อันนี้ ส่วนใหญ่มันก็แอบๆ หวังกันอยู่แล้วแหละจริงมะ
 
เพราะฉะนั้น การที่เราจะตัดสินคนๆ นึงว่าเค้าเห็นแก่ตัวมั้ยนั้น
ก็ต้องดูว่าเค้ามีน้ำใจกับคนรอบข้างมั้ยค่ะ
ถ้าเค้าสักแต่รับ แต่ไม่เคยคิดจะให้ใครเลย (เหมือนเพื่อนที่เคยเจอ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังตอนท้าย)
 
อันนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากหนีมันไปให้ไกลๆ ค่ะ หนีไปเหอะ ชาติหน้าอย่าเจอะอย่าเจอกันอีกเลย สาธุ
 
 
 
 
2. "ความกดดัน"
 
 
ที่มา: http://politicsoffthegrid.files.wordpress.com/2008/03/dark_knight_joker.jpg

ความกดดันในที่นี้ จะขอแบ่งย่อยออกอีก 2 ประเภทค่ะ

- ความกดดันจากเครดิต

อย่างที่เคยบอกไปในข้อดีของการเป็นเด็กทุน
ว่าเราจะได้เครดิต คือมีป้ายต่างๆ แปะติดหน้าผากตั้งแต่เราได้รับศักดินานี้มา

ซึ่งถ้าเรามีคุณสมบัติตามป้ายที่แปะหน้าผากนั้นมันก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้าไม่ได้เก่ง ไม่ได้ขยัน ไม่ได้เทพ แบบที่เด็กทุนทั่วไปคงจะเป็น
มันก็จะเกิดความรู้สึกอึดอัด หลังจากนั้นก็จะเริ่มกดดัน

กดดันเพราะอะไร?
เพราะเครดิตนั้น มันจะทำให้เราถูกคาดหวังจากหลายๆ คน

"เฮ้ย แก้โจทย์ข้อนี้ให้หน่อย จิ๊บๆ แค่นี้ เด็กทุนทำได้หน่า"
"ผมว่าคุณทำโปรเจ็กต์แบบนี้ได้นะครับ (โยนทฤษฎียากขั้นเทพมาให้)"
อะไรประมาณนี้
ข้อหลังกำลังเจอพอดีเลย แต่ด้วยสปิริตก็ต้องสู้กันต่อไป 555


- ความกดดันในการทำเกรด

เนื่องจากเด็กทุนจะต้องทำเกรดขั้นต่ำให้ได้ตามที่เค้ากำหนดจึงจะรับทุนต่อไปได้
อย่างทุน พสวท ก็ต้องทำเกรดขั้นต่ำให้ได้ 3.00

ถามว่า 3.00 เนี่ย มันทำยากมั้ย
ส่วนตัวคิดว่าไม่ง่ายและก็ไม่ยากค่ะ

แต่ถ้าเป็นคนอ่อนไหวไปกะสภาพแวดล้อม 3.00 ก็จะเป็นเรื่องที่ยากชัวร์ๆ (แน่สิ )

ที่พูดอย่างนี้เพราะเคยมีประสบการณ์เกือบตกทุนมาแล้ว
เพราะว่าเป็นคนเก่งมั้ย? ก็เป็นคนสมองดีแต่ขี้เกียจ ก็คือไม่เก่งนั่นแหละ
(เราว่าคนขยันเก่งมากเลยนะ เก่งกว่าคนสมองดีเยอะแยะเลย
ถ้าสู้กันจริงๆ คนขยันมีสิทธิ์ชนะคนสมองดีแต่ขี้เกียจได้โข)
แถมมีปัญหารุมเร้ามากมาย จนปีแรกๆ ประสบปัญหามหาศาล
เกรดขึ้นลงขึ้นลงเป็นฟังก์ชั่นคลื่นเลยทีเดียว

จะบอกว่าตอนใกล้จะตกทุนเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายมาก 555
คล้ายๆ กับคนจะถูกรีไทร์เลยแหละ จริงๆ นะ เพราะในกรณีของเรา
ตกทุนนี่ก็ต้องคิดหนักเลย จะไปหาตังค์เรียนจากไหน
อาจจะไม่ได้เรียนไปเลยก็ได้

แต่สุดท้ายก็โชคดี รอดมาได้ถึงปีสุดท้าย

แต่เชิ่อเถอะว่า เด็กทุนเรียนอะไรเอาเกรดกันเป็นส่วนใหญ่ นัยว่าถ้าไม่ทำเกรดเพื่อการตกทุน
ก็ต้องทำเกรดให้ได้เกียรตินิยมกันทั้งนั้น
บางคนเห็นแก่ตัวถึงขนาดไม่ทำกิจกรรม กลัวอ่านหนังสือไม่ทันก็มี -_-
แต่อย่างนี้ก็ไม่ดีนะคะ ถือว่าตึงไป
 
เพราะฉะนั้นก็ต้องหาขอบเขตที่พอดีๆ
ไม่ใช่เป็นหนอนหนังสือตำราจ๋า แต่ก็ไม่ใช่บ้ากิจกรรมจนอ่านหนังสือเอาวินาทีสุดท้าย
(จริงๆ ก็ใช้ได้กับเด็กไม่ทุนด้วยนะเนี่ย)
 
 
 
3. "สัญญาผูกมัด"
 
 
ที่มา: http://pro.corbis.com/images/42-17678117.jpg?size=572&uid={BD3D3A22-ABD9-4127-84D7-274EDDD6780F}
 
 
ข้อนี้ถือว่าสำคัญที่สุด!!

ในการให้ทุนการศึกษาส่วนใหญ่จะมีจุดประสงค์ให้ผู้รับทุนนั้น "ชดใช้ทุน" ด้วยการทำงานหลังเรียนจบ
โดยการชดใช้ทุนตรงนี้ก็ขึ้นกับระยะเวลาที่กำหนดไว้ ถ้าเป็น พสวท (ยกตัวอย่างทุนนี้อีกละ )
ก็จะใช้ทุน 2 เท่าของเวลาเรียนต่างประเทศ และ 1 เท่าของเวลาเรียนในประเทศแต่ไม่เกิน 10 ปี
ถ้าไม่ต้องการชดใช้ทุนก็จะต้องถูกปรับเป็นจำนวน 2 เท่าของเงินที่ได้รับมา

ซึ่งข้อนี้จะเป็นข้อเสียในกรณีเรียนๆ ไปแล้วใจไม่รัก หรือเรียนจบมาแต่ไม่อยากทำงานตรงสายที่เรียนมา
ก็จะต้องถูกปรับตังค์หูตูบถ้ามีปัญญาจะจ่าย แต่ถ้าไม่มีตังค์จ่ายก็ต้องทนทำงานชดใช้ไปอีกหลายปี

ซึ่งเท่าที่ฟังๆ มา เด็กที่เรียน พสวท ตั้งแต่ชั้น ม.ปลาย หลายๆ คน
ยอมเสียตังค์ค่าปรับแสนสองแสนเพื่อพ้นสภาพทุน
จริงๆ เรียน พสวท ตั้งแต่ ม.ปลาย มันก็ดีตรงที่มีโอกาสกว่าคนอื่นๆ
ได้เรียนกับอาจารย์ดีๆ ได้ทำโครงงาน ได้ทัศนศึกษา
แต่การเลือกเส้นทางเลยตั้งแต่ ม.ต้น ก็ดูเป็นอะไรที่หนักหน่วงไปนิด
คือถ้าชอบวิทยาศาสตร์จริงๆ แบบ born to be มันก็โอเค
แต่บางคนมาลองเรียนไม่ได้รักไม่ได้ชอบ แล้วต้องมาเสียค่าปรับนี่มันก็ดูสิ้นเปลืองอ้ะ
(เค้ามีปัญญาจะจ่าย จะไปห่วงทำไมฟะ )
 
เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสได้ทุนเรียนต่อ
ต้องอ่านสัญญาและทำความเข้าใจอย่างละเอียดก่อนนะคะ
ไม่งั้นเดี๋ยวเกิดเรียนไปๆ ไม่ชอบ ไม่รัก ไม่อยากอยู่ทุนแล้วขึ้นมา อาจจะถูกปรับตังค์บานเบอะเน่อ
 
แต่จะว่าไป ข้อผูกมัดทุนที่ต้องทำงานชดใช้
ในกรณีที่เรียนจบแล้วอยากจะทำงานด้านที่ตนเรียนมาจริงๆ มันก็ดีเหมือนกันนะ
อย่างทุนเรา ไม่มีข้อผูกมัดหลังเรียนจบ
พอเรียนจบปุ๊บ ก็เคว้งเลย ทุนเรียนต่อก็ต้องหาเอง จะทำงานก็ต้องหางานเอง
ก็ต่างคนต่างใจอ้ะนะ
 

สรุป

ข้อเสียเท่าที่นึกออกก็มีประมาณนี้ค่ะ
อาจจะมีมากกว่านี้ หรือมีน้อยกว่านี้
คืออย่างเพื่อนที่เห็นแก่ตัวนี่ บางที่ก็อาจจะไม่มี
แต่มันก็เป็นข้อเสีย ที่ถ้าคุณได้เป็นเด็กทุน ก็อาจจะมีโอกาสได้เจอ

4 ปีที่ได้มีโอกาสเป็นเด็กทุน ได้รับอะไรหลายๆ อย่างจากโครงการ
ได้เจอเพื่อน (ทั้งในทุนเดียวกันและต่างทุน) ก็ได้เจออะไรมามาก

อย่างตอน ม.ปลาย เคยอยู่ห้อง (ที่เค้าว่า) เก่งที่สุดในสายชั้น ก็ไม่เคยเจอปัญหานี้
แต่พอมามหาลัย เจอเพื่อนที่แบบ เห็นแก่ตัวสุดขั้ว ไม่รู้เพราะมันเป็นเด็กทุน หรือเพราะมันมีสันดานนี้อยู่แล้ว
ตอนนั้นรู้สึกแย่มาก เพราะปกติก็เรียนหนังสือแบบเกื้อกูล มีอะไรก็ช่วยกันตลอด
เพื่อนขาดเราก็ให้ลอกเล็กเชอร์ได้ แต่คุณเธอไม่เลย ชีบอกว่าคนเราต้องมาเรียนหนังสือ
ชีไม่นิยมให้เพื่อนลอกการบ้าน ชีบอกว่าคนเราต้องทำการบ้านเอง ไม่งั้นจะไม่ได้คิด ไม่พัฒนา
แต่ชีก็ลอกการบ้านเพื่อนหน้าตาเฉย เวลาชีทำไม่ได้

แต่เพื่อนที่เป็นเด็กทุนนิสัยดีก็มีเยอะแยะนะคะ พวกที่ไม่หวงวิชาความรู้ก็มี
ก็อย่างที่บอกว่ามันไม่ใช่ข้อเสียที่มาเป็นเด็กทุนแล้วต้องเจอแน่ๆ แต่ก็แค่อาจจะเจอ (แต่ข้อดีเจอแน่นอนเน้อ )
ก็ลองเอาไว้พิจารณาประกอบการตัดสินใจละกันนะคะ

แต่ถ้าไม่ได้เป็นเด็กทุนและไม่ได้คิดจะเป็นเด็กทุน ก็ถือว่าอ่านขำขำละกันค่ะ
 

 

Comment

Comment:

Tweet

#70 By (1.47.202.99|1.47.202.99) on 2015-03-07 07:46

เรากำลังเครียดกับทุนเลยอ่ะ เกรดต้อง3ขึ้น แต่เทอมนี้กลัวไม่ถึงมากๆๆๆๆๆ
ซี+มา2ละอะ เครียดดดด
อ๊ากกกก (พ่นไฟๆๆๆ)

#69 By ฺBonus (124.122.254.81) on 2012-04-05 22:59

งืม ตรงเป๊ะ เลยยครับ

โดยเฉพาะความกดดัน

กดดันสุดๆเลยย

ผมก็เป็นเด็กทุนเหมือนกัน
(เด็กทุนเรียนดี ม.เอกชน )
เกรดต่ำกว่า 3.00 ก็พ้่นสภาพทุน

มันรู้สึกกดดันเกี่ยวกับเกรดมากกว่า
เพราะตัวเองไม่ถนัดวิชาสามัญเลย
และก็ไม่ชอบด้วยยย

ปี 1 เทอม 1 ได้มา 2.89 โอ้โห พอรู้เกรดเนี่ย
เครียดเลยยยย จะพ้นสภาพทุนมั้ยเนี่ยย แต่เขานับเป็นรายปี ตอนนี้ เกรดเทอม 2 ออกแล้วได้ 3.09
(มีวิชาเอกได้ A มา 2 ตัวช่วยฉุดขึ้นหน่อย อิอิ )

และก็จริงเลยครับ
ถ้าพ้นสภาพทุนนี้ สภาพไม่ต่างอะไรไปจากโดนไทร์เลยย เพราะว่าไม่มีเงินจะจ่ายค่าเรียนนี้แหละ

#68 By xxvorachaixx on 2009-03-15 17:04

บางทีคุณยังไม่เคยเจอเด็กทุนที่ดีดีนะครับ มีเพื่อนและรุ่นพี่ผมมากมายที่เป็นเด็กทุนที่ช่วยเหลือคนอื่นอย่างจริงจังและจริงใจ ไม่ได้เห็นแก่ตัว อย่างที่คุณอาจเจอครับ

สำหรับ ความกดดัน ในส่วนตัวผม ผมมองว่าเป็นข้อดีนะครับ เพราะความกดดันทำให้ผมขยันขึ้น และเก่งขึ้น ยกตัวอย่างง่า่ย ๆ เลยเนี่ย ตอนผมเรียนโทอยู่เนี่ยมีวิชาหนึ่งที่ยากมาก ผมกลัวว่าเกรดจะไม่ถึง(ต้องได้ 3.5 ถึงได้ต่อเอก) กลัวตกทุน เลยตั้งใจอ่านมาก ๆ ทุ่มเทสุด ๆ ปรากฏว่านอกจากจะไม่ตกทุนแล้วยังได้ A มาด้วย ส่วนเพื่อนผมตกทุนไปสองคนsad smile

คุณต้องเป็นนักเรียนทุนเรียนดีแน่เลย อืม เรียนอยู่ที่ไหนครับเนี่ย อยากรู้จักซะแล้วซิ ผมเป็นนักเรียนทุนพสวท รุ่น 16 ครับ

#67 By pbmath on 2009-03-11 08:14

น่าสงสารจังเลยครับangry smile

#66 By เรียนต่อต่างประเทศ (58.9.158.11) on 2009-01-17 23:52

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบทความที่นำมาแบ่งปันให้กัน。◕‿◕。

#65 By เรียนต่อต่างประเทศ (58.9.226.45) on 2009-01-17 20:01

แต่ก็น่าจะมีข้อดีเยอะเหมือนกันนะ

#64 By London Pass on 2008-10-27 01:04

อ่านแล้วเหนื่อย ... sad smile

สังคมมันเป็นอะไรที่เราต้องแบกรับ

แต่มันก็เป็นเงื่อนไขของธรรมชาติ มีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสีย ฮ่า confused smile

#63 By ire_u on 2008-10-22 11:27

ทั้งหมดที่กล่วมาว่าแย่ แต่ที่แย่กว่าคือไม่มีตังค์เรียนครับangry smile
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับopen-mounthed smile

#62 By usedcar on 2008-10-22 00:34

Hot! Hot! Hot! Hot!

#61 By nnnn♡ on 2008-10-21 19:36

confused smile ข้อเสียที่เคยเจอคือถูกจับยัด ม.ที่ไม่ได้เปิดคณะที่ตัวเองอยากเรียนครับ

#60 By เสี่ยแนน on 2008-10-21 19:14


ทุนดี ๆ ไม่ผูกมัด...ก็มีนะbig smile

#59 By ณ ที่หนึ่ง on 2008-10-21 19:09

กร๊าก เราว่าจะทุนไม่ทุนนี่มันก็ไม่ได้ต่างกันหรอก แล้วแต่นิสัยของแต่ละคนมากกว่านะคะ เพียงแต่เด็กทุนจะเครียดกว่า อย่างที่คุณว่าน่ะ ต้องทำเกรดให้ดี-ไม่ตกทุน
++ เห็นด้วยที่ว่าคนสมองดีแต่ขี้เกียจไม่เก่งเท่าคนขยัน แหะๆ

#58 By อีฟ on 2008-10-21 18:52

ส่วนใหญ่เด็กทุนก็รวมกันอยุ่เปงกลุ่มๆ ไม่ยุ่งกะใครอ่ะ >.<

ช่างเปนโลกที่เข้าถึงยากจิงๆsad smile

#57 By Σωμίτζα on 2008-10-21 17:08

เป็นกำลังใจสู้ต่อไปค่ะconfused smile

#56 By dowrun happy on 2008-10-21 11:35

กำลังจะไปหาทุนเรียนป.โทพอดีเลยได้ข้อคิดเลยครับ ขอบคุณครับHot!

#55 By Tirunning on 2008-10-21 10:12

เข้าใจค่ะว่าคงจะกดดัน คนอื่นกดดันไม่เท่าเรากดดันตัวเอง

สู้ๆ นะคะ

ภาพประกอบน่ารักดีนะคะ Hot!
เด็กทุนก็มีข้อเสียเยอะนะเนี่ย

#53 By mekabeam on 2008-10-20 12:53

เด็กทุนก็มีข้อเสียเยอะนะเนี่ย

#52 By mekabeam on 2008-10-20 12:52

เป็นความทุกข์ของคนเรียนเก่งอีกรูปแบบหนึ่งแฮะ..

คนเรียนไม่เก่ง...ไม่เข้าใจ...

confused smile confused smile confused smile confused smile

#51 By ||┃Junshoku|┃||┃ on 2008-10-20 12:43

ลำบากน่อ เป็นคนเรียนดีเนี่ย

ไอ้กระพ้มมันเคยได้แต่ทุน พ.อ.ส.ว. (พ่อ อุปถัมป์ ส่งเสีย เรียนวิดวะ)

เลยไม่ค่อยมีปัญหา

#50 By poon_cement on 2008-10-20 11:24

คิดจะเป็นเด็กทุน แต่ยังไม่ได้เป็น >< (ฮา)

#49 By ชิน on 2008-10-20 11:03

มันเป็นสมการตายตัวbig smile

#48 By nonworld on 2008-10-20 10:53

อยากจะทำงานเอกชนครับ
แต่ถ้าติดทุนก็ซวยไป
เงินมันคนละเร่องกันเลยsad smile

#47 By Wisor on 2008-10-20 09:54

โอ้ น่าจะเครียดและกดดันกว่าเด็กธรรมดาหลายเท่า...

#46 By (^_^)/nana on 2008-10-20 09:49

คนเก่งมักเห็นแก่ตัว
เพราะคนเก่งเป็นจุดเด่น ทำอะไรหน่อยก็บอกว่าเห็นแก่ตัว
แต่คนทั่วไป พอเห็นแก่ตัวก็ไม่มีใครรู้สึกว่าเห็นแก่ตัว


อยากเป็นเด็กทุน ~Hot!

#45 By eakusnez on 2008-10-20 09:41

น่าสงสารจังครับ




ผมไม่เคยได้ทุนเลย
แต่พอจะเข้าใจนะครับ

#44 By p o m ! on 2008-10-20 06:08

โอ่ววว

เด็กทุน

ลำบากกว่าที่คาดไว้เยอะเลยนะ นี่


wink wink

#43 By ploilek on 2008-10-20 06:03

มีทั้งข้อเดียข้อเสีย ดีเลยครับ

ว่าแต่หาว่าเด็กทุนดึงมีน แต่ผมเจอพวกเด็กทุนเด็กไม่ทุนดึงมีนกันหมดเลย

มีแต่พวกที่นั่งเล่นวินนิ่งด้วยกันนี่แหละ ไม่ดึงมีน มาเป็นมีนให้ชาวบ้านเหยียบประจำเลย เลยไม่มีสิทธิบ่น confused smile

#42 By manop on 2008-10-20 05:12

หวาวว
เงินเดือนเยอะกว่าทุนเราตั้งเดือนละสองพันห้าแน่ะค่ะ

แต่ว่าไม่ผูกมัดเหมือนกัน cry

#41 By Bluemoon on 2008-10-20 05:01

อูยยย โดนใจ!!! ขออนุญาตเมนท์ยาวหน่อยนะคะ = =,,,

ข้อแรกไม่เคยเจอแฮะ... สงสัยเพราะเ็ป็นสาขาทางศิลปะล่ะมั้งคะ เลยขำๆ มากกว่า แล้วก็ ออกไปทาง "เพื่อนรัก" (มากเกิน) sad smile แฮะ.. สงสัยเพราะเป็นที่พึ่งคนติวคนทำชีทสรุปยามยาก = ='' แต่ตัวอย่างประโยคที่ถูกพูดใส่แบบนั้น เจอมาตั้งแต่ประถมยันมัธยมเลยค่ะ ทุกครั้งที่โดนก็จะรู้สึกแบบ.. เอ่อ.. แล้วชั้นทำอะไรผิดเหรอ... orz

ข้อสองโดนใจมากค่าาาาาาาา โดยเฉพาะอันนี้

(เราว่าคนขยันเก่งมากเลยนะ เก่งกว่าคนสมองดีเยอะแยะเลย
ถ้าสู้กันจริงๆ คนขยันมีสิทธิ์ชนะคนสมองดีแต่ขี้เกียจได้โข)
<--- เ็ห็นด้วยอย่างยิ่งงงง เราเองก็เป็นคนที่รอดมาได้ด้วยสมองกะความสามารถล้วนๆ แต่มีข้อเสียใหญ่ๆ คือขี้เกียจอะ sad smile แต่ก็ไม่สามารถบอกกับเืพื่อนๆ ได้ว่าเนี่ยเราน่ะ เ็ป็นคนไม่ขยันนะ ไม่งั้นจะโดนเฉ่ง...

เรื่องเครดิตนี่เครียดได้ที่เลยล่ะ.. โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า อ. หลายๆ คนรวมถึงผู้บริหารระดับสูงๆ หลายคน รวมทั้งอธิการเค้าจำเราได้ ชอบเรา และสนับสนุนเราเ็ป็นพิเศษ ส่วนความกดดันจากเพื่อนๆ นี่ก็เจอเป็นประจำ... sad smile แม้ว่ามันควรจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาของชีวิตที่ต้องทำใจให้ชินก็ตามsad smile sad smile

ข้อสามนี่รอดค่ะ.. พอดีว่าทุนของเรามันไม่ผูกมัด เอ่อ.. ตอนนั้นคุณ จขบ. ได้เข้าไปถามเราไว้เรื่องทุน เราตอบไว้ในบลอคเรา แต่ขออนุญาตตอบเพิ่มเติมไว้ตรงนี้เลยนะคะ big smile ทุนที่เราได้เป็นทุนประเภทให้เปล่า่ค่ะ สิทธิที่จะได้รับคือเรียนฟรีตลอด 4 ปี ได้เงินเดือนเดือนละ 6,500 และค่าหนังสืออุปกรณ์การเรียนปีละ 5,000 ค่ะ (นัยว่าเค้าจ้างมาให้เรียนนี่เอง) แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องรักษาเกรดใน"แต่ละเทอม" ให้ไม่ต่ำกว่า 3.00 เช่นกันค่ะ ทุนชื่่อว่า "ทุนประกายเพชร" ค่ะของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สมัครโดยการยื่นพอร์ท และสัมภาษณ์ ค่ะ รู้สึกว่าตอนนี้จะเพิ่มเงื่อนไขเรื่องการสอบข้อเขียน และำข้อกำหนดเรื่องการมีความสามารถในระดับประเทศ เคยผ่านการแข่งขันในระดับประเทศ / นานาชาติ มาก่อน อันนี้ไ่ม่ค่อยแน่ใจว่าเค้าปรับเปลี่ยนอะไรรึยัง (หรือเค้าจบโครงการไปแล้วก็ไ่ม่รู้ = ='') รับปีละไม่เกิน 10 คน (รุ่นเรา 4 คนเอง) ใครสนใจลองไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bu.ac.th นะคะ confused smile

แถมนิด Hot! confused smile

#40 By Sp@rk on 2008-10-20 01:18

Hot! เห็นแก่ตัว...เหมือนเป็นสิ่งที่ครูฝังหัวเด็กมาตั้งแต่ประถมเลยมั้ง...

Hot! ตั้งแง่ไว้ก่อนเลยว่า เด็กเก่ง"ต้อง"เห็นแก่ตัว

Hot! เป็นความเชื่อที่เชื่อตามๆกันมา ... และก็คงจะเชื่อกันต่อๆไป


ปล.โพลจากคณะที่มีตึกฟักทอง มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง <<< ตึกฟักทองมันน่าจะมีที่เดียวใช่มะ
Hot! Hot! Hot!

#39 By Joe H. Potter on 2008-10-19 23:09

"พวกดึง mean ให้สูง ไม่เห็นใจพวกเพื่อนๆ เลย"

เราเองเป็นคนเรียนห่วยค่ะ แต่ก็ไม่เคยคิดแบบนี้เลยอ่ะเน่อ
ส่วนตัวคิดว่าไม่เห็นเกี่ยวกันเลยอ่ะ
-แอบคิดว่าคนที่คิดแบบนี้แหละที่น่ารังเกียจของจริง-

แบบว่ามันเป็นการแก้ตัวของคนโง่มากกว่า
แทนที่จะไปขยันอ่านหนังสือเพื่อดึงตัวเองขึ้นมา
แต่กลับเลือกที่จะฉุดคนอื่นเค้าให้ลงมาเท่ากับตัวเองเนี่ยนะ

คณะเดียวกับคอมเมนท์ 16 เจ้าค่ะ
คนเก่งคณะเราเปรียบเป็นผู้มีพระคุณเลยเน่อ

เพราะส่วนใหญ่ที่คณะจะสอนแบบให้ทำมาก่อน
ถูกไม่ค่อยชม แต่ถ้าผิดกระทืบซ้ำค่ะsad smile

เพื่อนทุกคนเป็นสิ่งสำคัญมาก

ปล.สรุปแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับนิสัยของแต่ละคนด้วยแหละเนอะ

#38 By Lover Boy on 2008-10-19 23:00

เราก็เด็กทุนนะ แต่ว่าก็ไม่ได้เป็นแบบพวก...
ทุนมันไม่ได้ทำให้คนเปลี่ยนหรอกค่ะ
แต่คนต่างหากที่เปลี่ยนคำว่าทุนให้ดู
"น่ารังเกียจ" หรือ "มีค่า"
ก็ขอให้คบเพื่อนที่ใจอย่าคบที่เขาเป็นใครเลยค่ะ
เราก็เจอมามากไม่ว่าทุนไม่ทุนมันก็เลวกันได้

#37 By ++tea++ on 2008-10-19 21:29

มีความรู้สึกว่า เด็กทุนจะต้องมีความกดดันอย่างแรง เพราะทุกคนจะคาดหวังมากจริงๆ แล้วยิ่งต้องทำเกรดให้สูงเพื่อรับทุนต่อไปด้วย
แค่เรียนธรรมดาก็ดูเหมือนจะเครียดตายอยู่แล้วนะนั่น sad smile

#36 By lat_te on 2008-10-19 20:50

sad smile

ต้องอ่านนิทานเรื่อง...

ชาวนา2พ่อลูกกับลา1ตัว

open-mounthed smile

#35 By on 2008-10-19 20:24

sad smile อ่านแล้วเหนื่อยเลยเจอแต่ความกดดัน สู้ๆครับHot!

#34 By iQ180 on 2008-10-19 18:47




ตึกฟักทอง
มอ ป้ะคะ?


: )

#33 By nimimomo (203.209.127.115) on 2008-10-19 18:34

เป็นเด็กทุนแล้วรอบข้างกดดันนู๋!! T^T


ที่โรงเรียน (ได้ทุนม.ปลายน่ะค่ะ = =) กำหนดเกรดต่ำสุดที่ 3.5

แต่ที่สอบๆปีนี้มา , , แค่ 3 กว่ายังแทบตาย T___T

แล้วม.ปลายจะรอดมั้ยเนี่ยย ย


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
คนรอบข้างช่างน่ากลัวsad smile

#31 By technikos on 2008-10-19 16:00

เขียนได้ clear และจริงใจมาก
Hot!

ชอบภาพประกอบด้วย confused smile

#30 By GPEN on 2008-10-19 12:34

ยังไง ก้อได้ใจแม่ปันปรายอ่ะ..

ชอบเด็กเก่ง.. confused smile 5555

ขยันเรียนนะคะ big smile

#29 By PunPrai on 2008-10-19 07:08

จริงๆ ผมชอบเด็กเรียนเก่งครับ เด็กทุน เกียรตินิยม ถึงผมจะเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง เกรด 2 กว่าๆ แต่ก็สนับสนุนเด็กเรียน เด็กทุน ให้ขยันเรียนต่อไป ไม่ท้อครับผม Hot!

#28 By หนึ่ง on 2008-10-19 02:36

มีเพื่อนคนนึงเป็นเด็กทุน ก็นอยดฺ์อย่างนี้แหละครับ สู้ๆล่ะ

#27 By Repentant on 2008-10-19 02:20

กิจกรรมทำแล้วสนุกนะ
งานสายนักวิจัย ไม่ใช่ว่าทำแต่วิจัยๆ อย่างเดียว
เราต้องหัดบริหารเงินทุนที่ได้รับมา
หัดทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในกลุ่มวิัจัย
หรือแม้แต่หัดเป็นผู้นำกลุ่มวิจัย
กิจกรรมพวกนี้มันจะฝึกเราได้เยอะเลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสียสละเพื่อสังคม อันนี้สำคัญยิ่งยวด
(โฮ่โฮ่ อย่าพึ่งเบื่อเสียก่อนล่ะ)confused smile

#26 By Eddalion on 2008-10-19 00:03

กลับมาตอบว่า 36,000 ของเด็กทุน คือค่าลงทะเีบียนตลอดหลักสูตร(Maximum 5 ปี)

แ้ล้วพวกค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าอินเตอร์เนต เป็นต้น ลองคิด 4 ปี จะตก 37,600

ดังนั้นถ้าคนไม่มีทุน แต่อยากเรียน ป.เอก ต้องเตรียมทุนการศึกษาไว้อย่างน้อย 73,600 บาท (ไม่นับค่ากินค่าอยู่อื่นๆ อีกนะ) double wink

ให้ Dragon Ball ด้วย
Hot!

เตรียมสไลด์ วทท เสร็จแล้วน่อ ยังไม่ได้ซ้อมเลย

#25 By Eddalion on 2008-10-18 23:56

#22

ถูก!!

สิ้นเดือนเจอ 2 กิจกรรมบังคับเต็มๆ 555

#24 By Bluemoon on 2008-10-18 23:39

สนับสนุนให้เป็นเด็กทุนกันเยอะๆ นะคะ big smile

วิชาความรู้เป็นต้นทุนในการดำเนินชีวิต มีความรู้มาก ก็มีโอกาสมาก อยากให้ขยันเรียนกันเยอะๆ ค่ะ Hot!

#23 By ~ N ~ on 2008-10-18 23:34

เด็กทุนต้องมาร่วมกิจกรรม

ที่มอ ประกาศ ออกแนวบังคับ sad smile

#22 By iTualek on 2008-10-18 23:18

ก็คนธรรมดาสามัญ ใจเขาใจเรา

คนเราก็ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังเบื้องลึก กันบ้างเนาะ

ข้อเสียข้อหนึ่งน่ะ อันที่จริงเป็นเรื่องดีนะ
มีนสูงก็ดีนะ ดูเหมือนว่าคนเก่งเยอะ
คนได้เกียรตินิยมก็ดีนะ เป็นหน้าเป็นตา
คณะก็ดี มหาวิทยาลัยก็ดี ประเทศเราก็ดี

จะได้ช่วยกันทำประโยชน์

#21 By antzzer on 2008-10-18 21:47